##ก แรงงานชี้โรงงานปิดกิจการไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องจ่ายชดเชยมหาศาล

Share:


********เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 23 ธันวาคม 2562 ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าที่ไม่มีใครคาดคิดและไม่อยากให้เกิดขึ้น เมื่อพนักงานของบริษัทพงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 402 หมู่ที่ 2 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เกือบ 1000 คน มาถึงหน้าบริษัทฯ แล้วไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ เพราะทางโรงงานปิดประตูรั้วไว้อย่างแน่นหนา พร้อมกับติดป้ายประกาศปิดกิจการและเลิกจ้างพนักงานโดยจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ด้วยเหตุผลที่ว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องปิดกิจการอันสืบเนื่องมาจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางธุรกิจ โดยปิดกิจการบริษัทฯ นี้ ให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 23 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ซึ่งประกาศนี้ก็เหมือนกับฟ้าที่ผ่าลงมาฆ่าคนงานให้ตายทั้งเป็น เพราะต่างก็บอกว่าไม่เคยรู้ตัวล่วงหน้ามาก่อน ทำให้ตกงานแบบไม่ทันตั้งตัว และรู้สึกมืดแปดด้านแม้ทางโรงงานจะจ่ายเงินชดเชยให้ตามกฎหมายก็ตามที นับเป็นข่าวร้ายต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง



-ภาพจาก สยามนิวส์



ทั้งนี้เมื่อเข้าไปในรั้วโรงงานไม่ได้ พนักงานทุกคนจึงเคลื่อนไปรวมตัวกันที่สำนักงานสหภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบริษัทฯ มากนัก เพื่อหารือและแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพนักงานทุกคน เพราะหลายคนเห็นว่าการปิดโรงงานนี้ ไม่เป็นธรรมต่อพนักงานเนื่องจากไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ทำให้พนักงานไม่ได้หางานที่อื่นรองรับไว้ก่อน และพนักงานส่วนใหญ่ก็ยังอยากที่จะทำงานต่อ ไม่อยากถูกเลิกจ้าง

นายสัพพัญญู นามไธสง ประธานสภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทย บอกว่า หลังจากนี้ก็จะมีการติดตามข่าวสารเป็นระยะๆ เพราะพวกตนไม่เชื่อว่า การเลิกจ้างครั้งนี้เป็นเพราะบริษัทขาดสภาพคล่อง ถึงแม้ยอดส่งออกของชิ้นส่วนยานยนต์จะลดลงแต่ก็ไม่ได้ลดลงถึงกับต้องปิดตัว เรื่องชิ้นส่วนยานยนต์ยังเดินหน้าได้ ตอนนี้ทางสมาชิกของสภาพแรงงานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไทยส่วนหนึ่ง ก็ตกลงกันว่ายังไม่ยอมรับเงื่อนไขใดๆ จนกว่าจะรู้อย่างชัดเจนว่า ทางบริษัทจะทำอย่างไรต่อไป และสาเหตุของการปิดกิจการนี้เพราะอะไรกันแน่



-ภาพจาก สยามนิวส์



นอกจากนี้ จากการที่ได้พูดคุยกับพนักงานหลายๆ คนก็บอกเหมือนกันว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นแบบกะทันหัน ที่ผ่านมาไม่มีสัญญาณเตือนว่าบริษัทจะเลิกจ้าง เพราะจ่ายเงินเดือนครบ จ่ายค่าล่วงเวลาครบ แต่มีบางเรื่องที่ยังตกลงกันไม่ได้คือ เรื่องของการขอขึ้นเงินเดือน เพิ่มค่าโอที รวมถึงสวัสดิการต่างๆ ด้วย ซึ่งทางบริษัทฯนัดว่าจะให้คำตอบในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ แต่ยังไม่ทันถึงวันนัดหมาย ก็มาประกาศปิดกิจการเสียก่อน จึงไม่น่าที่จะเชื่อได้ว่า การปิดกิจการครั้งนี้มาจากพิษของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อีกทั้งยังมีข้อให้สงสัยด้วยว่า ถ้าบริษัทฯ ไปไม่ไหวจนต้องประกาศปิดกิจการนั้น ทำไมยังมีการผลิตสินค้าเพื่อส่งให้ลูกค้าตามออร์เดอร์ที่รับมาอีก

ต่อมาทางด้านของหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 แห่งในจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เดินทางไปรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีนายอำนวย มากทรัพย์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร เป็นผู้ชี้แจงถึงข้อกฎหมายให้พนักงาน ลูกจ้างทั้ง 997 คนได้รับทราบ ซึ่งจะเป็นในเรื่องของการจ่ายค่าชดเชยให้แก่แรงงานที่บริษัทปิดกิจการกระทันหัน การรับค่าชดเชยการว่างงาน การใช้สิทธิ์จากสำนักงานประกันสังคม และสำนักงานจัดหางานจังหวัด ตลอดจนการฝึกทักษะฝีมือของผู้ใช้แรงงานกันสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร เป็นต้น และทางบริษัทฯ จะต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด



นายอำนวย มากทรัพย์ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็ได้เข้าตรวจสอบบริษัทฯ ทันที ว่ามีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งก็พบว่าโรงงานทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง พร้อมกันนี้ก็ได้มีการชี้แจงข้อกฎหมายให้พนักงานทั้ง 997 คนได้รับทราบแล้ว แต่หากทางพนักงานรายใดที่รู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ให้มาแจ้งได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือ ไปร้องที่ศาลแรงงานได้เช่นกัน

นายอำนวยฯ กล่าวอีกว่า ในปี 2562 นี้ มีบริษัทฯ ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่เลิกจ้างพนักงานหรือปิดกิจการชั่วคราวรวมแล้วประมาณ 15 แห่ง แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่า เป็นสัญญาณของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในอนาคตหรือไม่ เพราะก็มีผู้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการรองรับกับภาวะผันผวนทางเศรษฐกิจเช่นนี้ ก็ขอให้ทางฝ่ายลูกจ้างทุกคนทำงานให้เต็มกำลังความสามารถและเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนนายจ้างก็ควรที่จะต้องชี้แจงให้ลูกจ้างทราบและทั้งสองฝ่ายควรที่จะต้องหันหน้าเข้าหากัน เพื่อหาทางออกร่วมกันแบบสันติวิธี

สำหรับบริษัทพงศ์พาราโคดันรับเบอร์ จำกัด เป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่เกี่ยวกับยาง และเพิ่งครบรอบ 50 ปี ไปเมื่อปีที่ผ่านมา มีพนักงานอยู่ในความดูแลเกือบพันคน นับเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ อีกรายหนึ่งของจังหวัดสมุทรสาคร ขณะที่ในส่วนของเงินชดเชยที่บริษัทฯ จะต้องรับผิดชอบหลังจากประกาศปิดกิจการในครั้งนี้มียอดเงินประมาณ 114 ล้านบาท ซึ่งทางบริษัทฯ กำหนดวันจ่ายไว้ให้วันที่ 23 24 และ 25 และหลังจากนั้นหากใครไม่มารับก็จะโอนเข้าบัญชีธนาคารให้แก่พนักงานรายนั้นๆ

No comments