หนุ่มน้ำตาซึม ว่าที่เจ้าสาวนั่งรถทัวร์มาหา ก่อนหายตัวไร้ร่องรอย บอกมีคนล้อมรถ ข้อความสุดท้ายสุดเจ็บปวด

Share:


กรณีเหตุการณ์เมื่อ วันที่ 9 กันยายน 62 ที่ผ่านมา เรื่องราวของหญิงสาววัย30ปี ขึ้นรถบัสมาลง ที่สถานีขนส่งเเห่งหนึ่งในเมืองอุดรธานี ก่อนจะต่อรถไม่ทราบสาย เพื่อเดินทางไปหาสามี ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ก่อนจะได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ติดต่อไม่ได้

โดย สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.อุบล นามวิชัย อายุ 52 ปี ชาว จ.อุดรธานี พร้อมสามี นายประมวล คำชลทา อายุ49ปี และแฟนหนุ่มของลูกสาว คือนายสันติ คำบุญยอ อายุ 32 ปี ว่า น.ส.แววตา นามวิชัย อายุ 30 ปี ลูกสาว ได้หายตัวไป ไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้ 8 ก.ย.62 ขณะกำลังเดินทางเพื่อจะเดินทางไป หาแฟน ที่จ.กาฬสินธุ์



ซึ่ง น.ส.อุบล นามวิชัย ให้การว่า ลูกสาวไม่สบาย ได้เดินทางกลับมาบ้านเมื่อวันเสาร์ แล้วตนก็พาลูกสาวไปหาหมอ แล้วเมื่อวานนี้ ตอนเช้าลูกสาวบอกว่าจะเดินทางไปหาแฟนที่จ.กาฬสินธุ์ หลังจากทำการผูกแขนหรือหมั้นกันเอาไว้ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เป็นเงินจำนวน 3หมื่นบาท โดยตนได้มาส่งลูกสาวมาขึ้น รถโดยสารประจำทาง สาย คำตากล้า บ้านดุง อุดร ที่ปากทางบ้านโสมวิไล แล้วลูกสาวมาถึง บขส. แห่งที่1 ในตัวเมืองอุดรฯ แล้วได้โทรศัพท์มาบอก ได้ขึ้นรถทัวร์ ออกสีม่วง ซึ่งเขาบอกว่าผ่าน จ.กาฬสินธุ์

จากนั้นลูกสาวก็นอนพักผ่อน มารู้สึกตัวอีกที เห็นป้าย จ.ศรีสะเกษ ทำให้แปลกใจ ในตอนนั้นลูกสาว คิดว่าไม่มีอะไร เพราะมีผู้โดยสารอยู่บนรถหลายคน ประมาณ10 กว่าคน มีทั้งชายและหญิง จึงได้นอนหลับ



ต่อมารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง รถได้ขับมาเส้นทางเปลี่ยว เป็นถนนขนาดเล็ก มีต้นไม้ขึ้นทั้งสองข้าง ลักษณะเหมือนเป็นป่า จากนั้นคนขับก็ได้หยุดจอดรถบริเวณข้างทาง ช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง ต่อมาลูกสาวได้โทรศัพท์มาบอกตน ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้วผู้หญิงคนแก่ ที่นั่งอยู่บนรถทัวร์ด้วยกัน ไปสอบถามคนขับ เขาบอกว่า ทำไมหยุดรถแล้วไม่ขับต่อไป หรือรถเป็นอะไร ซึ่งคนขับบอกว่าอย่ามายุ่ง อย่าพูดมาก ห้ามพูด อยู่เฉยๆ

หลังจากนั้นลูกสาวโทรศัพท์ติดมาบอกว่าทนไม่ไหวแล้ว ซึ่งตนบอกให้ลูกสาว ไปถามคนขับ ตอนไหนจะได้ไปสักที เพราะใกล้จะมืดแล้ว เดียวแฟนของลูกสาว เขาจะรอจะไม่เจอกัน โดยให้ทำการเปิดโทรศัพท์เอาไว้ เพื่อตนจะได้ยินเสียงด้วย โดยคนขับบอกว่ากลัวหรือไง กลัวที่จะไม่ไปส่งหรือไง เดียวจะไปส่งให้ลงกันทุกคน ที่จุดเดียวกัน ใจเย็นๆ อีกสักครู่จะไปส่ง แล้วเขาไม่ทำอะไร รถก็จอดหยุดอย่างนั้น จากนั้นเวลาประมาณ 18.00 น. ลูกสาวได้ติดต่อมาอีกครั้งโดยบอกว่า มีรถอะไรไม่ทราบรุ่น ได้มาส่งผู้ชายประมาณ 4-5 คน แล้วเดินมาล้อมรถเอาไว้อยู่บริเวณข้างล่าง

และขณะเดียวกันลูกสาวได้บอกว่า ถ้าหนูติดต่อแม่ไม่ได้ แสดงว่า เขามายึดโทรศัพท์มือถือของหนูไปแล้ว ต่อมาตนได้พยายามติดต่อลูกจนถึงเวลา 21.00 น. ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จึงได้บอกแฟนของลูกสาว พากันมาแจ้งความกับตำรวจ เพื่อขอความช่วยเหลือ และ มาขอดูกล้องวงจรปิด ใน บขส. เพื่อหาเบาะแส ในการติดตามตัวลูกสาว

ด้าน นายสันติ คำบุญยอ เเฟนหนุ่มซึ่งนางสาวเเววตา จะเดินทางไปหาที่กาฬสินธุ์ ให้การว่า ตนทำงาน ขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ในจ.กาฬสินธุ์ ได้คบหาดูใจกันกับแฟน มาได้ประมาณ 1ปีกว่า ก่อนที่ตนจะไปผูกแขนหมั้นกันเอาไว้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา เป็นเงินจำนวน 3 หมื่น บาท โดยจะแต่งงานกัน ในปีหน้า อยู่ระหว่างเก็บเงิน ซึ่งค่าสินสอด เงินจำนวน 7 หมื่นบาท และทอง1 บาท โดยแฟนเดินทางมา จากบ้านที่ จ.อุดรฯ เพื่อจะมาหาตน ที่จ.กาฬสินธุ์ แต่รถทัวร์ไม่ไปส่ง ทำให้เป็นห่วงอย่างมากและร้อนใจ ย้ำว่าตนกับแฟนไม่ได้ทะเลาะกันเเต่อย่างใด



เเละในช่วงเดินทางมา แฟนก็ได้โทรศัพท์ติดต่อมาหาตนกับแม่ของเขาอยู่ตลอดว่า ถึงไหนตอนนี้ ขึ้นรถอะไรไป ซึ่งแฟนบอกว่า รถทัวร์วิ่งไปทางแคบๆ เข้าไปในป่า แล้วรถก็หยุดจอดไม่ไหน แล้วแฟนก็ไปถามคนขับว่าตอนไหนจะไปส่ง หรือขับออกไป ซึ่งคนขับตอบกลับไปว่าเดียวจะไปส่ง จะรีบไปไหน มาช่วงหลังไม่สามารถติดต่อแฟน ได้แต่ส่งข้อความทางโทรศัพท์มาหาตน แล้วบอกว่าเขากำลังยึดโทรศัพท์ของคนอื่น หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อแฟนได้อีกเลย

ขอบคุณ หนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข

No comments