#ไฟคลอก สาว ม.6 ทั้งตัว ทำโครงงานเผาถ่าน แก้ผลสอบฟิสิกส์ หลังตกทั้งห้อง ครูท้าไปฟ้องเอา

Share:


วันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลและเพจต่างๆ ได้แชร์เฟซบุ๊ก แซม คนบ้านนอก ที่โพสต์ภาพน้องสาวตัวเองขณะเข้ารับการรักษาอยู่ภายในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น เพื่อขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมข้อความระบุว่า “ขอความช่วยเหลือหน่อยครับ น้องผมเกิดอุบัติเหตุโดนไฟไหม้ที่โรงเรียน สาเหตุคือนักเรียนสอบไม่ผ่าน เลยให้นักเรียนทำโครงงานเผาถ่าน จนเกิดอุบัติเหตุ แต่ครูประจำวิชาไม่รับผิดชอบ ต้องการหน่วยงานไหนก็ได้เข้ามาช่วยเหลือด้วยครับ

จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อไปพบกับผู้โพสต์และผู้บาดเจ็บที่บ้านหนองกอย หมู่ 3 ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดย น้องแอม นักเรียนสาววัย 17 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนและเพื่อนในชั้นเรียนรวม 5 คน ได้รวมกลุ่มกันทำโครงงานเผาถ่านจากเตาถ่านที่ทำขึ้นเอง เพื่อแก้ผลการสอบกลางภาควิชาฟิสิกส์ ที่ทุกคนในชั้นเรียน จำนวน 25 คน สอบไม่ผ่านแม้แต่คนเดียว

แต่ละคนก็จะมีวิธีการแก้ผลการสอบให้ผ่านตามที่ครูยื่นข้อเสนอมา 3 ข้อ ประกอบด้วยวิธีที่ 1 คือการสอบใหม่จนกว่าจะผ่าน วิธีที่ 2 คือการซื้อสิ่งของตามที่ครูต้องการมาส่ง และวิธีที่ 3 คือทำโครงงานเผาถ่าน ซึ่งตนและเพื่อนอีก 4 คน ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าจะเลือกวิธีที่ 3 เพราะเตาเผาถ่านนั้น ตนและเพื่อนในกลุ่มได้ทำไว้เมื่อตอนเรียนอยู่ชั้น ม.5 และคิดว่าเป็นการต่อยอดของการทำเตาเผาถ่านด้วย ส่วนวิธีที่ 1 นั้นทุกคนรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถสอบให้ผ่านได้ จึงไม่มีใครเลือกข้อนี้ และส่วนใหญ่จะเลือกวิธีที่ 2 คือซื้อของมาให้อาจารย์ตามที่สั่ง แต่ตนไม่อยากรบกวนเงินของพ่อแม่จึงจับกลุ่มกันได้ทั้งหมด 5 คน เพื่อแก้ผลการสอบด้วยวิธีการทำโครงงานเผาถ่านส่งครู

น้องแอม กล่าวอีกว่า หลังจากตัดสินใจทำโครงงานทุกคนก็เริ่มต้นด้วยการหาฟืนเมื่อวันที่ 16-19 ส.ค.และใช้เลื่อยมือตัดเป็นท่อนใส่เข้าไปในเตาจนเต็มและพร้อมจะจุดไฟเผาถ่าน และช่วงเวลาดังกล่าวครูมาดู ทั้งยังแนะนำว่า ควรนำดินเหนียวมาปิดรูเตาไม่ให้เป็นรูรั่ว การเผาถ่านจะได้สำเร็จ จึงมีการจุดไฟเผาถ่านในเย็นวันเดียวกัน ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 20 ส.ค. ตนและเพื่อนผู้หญิงได้ไปดูไฟที่เตาถ่าน ปรากฏว่าไฟดับ

เพื่อนจึงไปหาครูที่ห้องพัก เพื่อปรึกษาในกรณีที่ไฟที่จุดเผาไม่ติด จะไปซื้อน้ำมันเบนซินมาราดและเผาได้หรือไม่ แต่เพื่อนไปแล้วไม่พบครู จึงได้คุยกันในกลุ่ม และออกเงินกันไปซื้อน้ำมันเบนซินรวม 20 บาท เมื่อได้น้ำมันมา ก็เอามาราดลงที่ปล่องด้านบน เพื่อความแน่ในว่าน้ำมันที่ราดลงในเตาเผานั้นไหลลงไปถึงไม้ด้านล่าง ตนจึงนั่งคุกเข่า ก้มลงไปมองในเตาเผา ไม่นานไฟก็ลุกพึ่บออกมาลวกตามลำตัวใบหน้าของตนและเพื่อน

ตอนนั้นไม่มีใครช่วย กระทั่งพ่อไปรับที่โรงเรียนมาเจอพอดี จึงพาตนและเพื่อนไปหาครูและผู้อำนวยการ ก่อนถูกส่งไปที่ ร.พ.น้ำพอง และรักษาตัวที่ ร.พ.น้ำพอง 1 วัน จากนั้นถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ ร.พ.ขอนแก่น เป็นเวลา 1 อาทิตย์จึงได้ออกมาอยู่บ้าน หลังเกิดเรื่องไม่กล้าไปโรงเรียน เพราะกลัวครูจะมีอคติ เนื่องจากว่าหลังเกิดเหตุ ครูเคยไปเยี่ยมและคุยโทรศัพท์กับพี่ชายว่า ไม่รับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น อยากได้ค่าเสียหายให้ไปฟ้องเอาเอง เพราะเหตุการณ์ทั้งหมดนักเรียนทำตัวเอง ไม่เกี่ยวกับครูและทางโรงเรียน ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าไปเรียนหนังสือ จึงได้แจ้งพักการเรียนกับผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อพักรักษาตัวตามแพทย์สั่ง เนื่องจากเกรงว่าแผลจะติดเชื้อ

ขณะที่ นายโอราฬ พี่ชายน้องแอม และเป็นผู้โพสต์เฟซบุ๊ก กล่าวว่า หลังเกิดเหตุครูที่สอนวิชาฟิสิกส์ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล 1 ครั้ง แต่ก็รีบกลับ เพราะมีสอนนักเรียน จากนั้นก็มีเพียงการพูดคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งจากการพูดคุยครูรายนี้ไม่รับผิดชอบช่วยเหลืออะไรเลย บอกเพียงว่าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.น้ำพอง และให้น้องสาวพักการเรียนไว้ก่อน จนกว่าบาดแผลจะหายและแพทย์ลงความเห็นว่าปลอดภัย จึงจะให้ไปเรียน

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องน่าคิด เพราะนักเรียนทั้งห้อง จำนวน 25 คน สอบตกวิชาฟิสิกส์ทั้งชั้น แล้วครูยังให้นักเรียนเลือกที่จะผ่านวิชาดังกล่าวตามที่ครูเสนอ ทั้งสอบซ้ำๆ หลายครั้ง ซื้อสิ่งของให้ครู และการเผาถ่าน ซึ่งการเผาถ่านนั้น ดูแล้วเป็นเรื่องที่ไม่น่ายาก แต่ครูไม่มาคอยแนะนำ ดูแล ปล่อยให้นักเรียนทำเอง จนเกิดเรื่อง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับน้องสาวและเพื่อนๆ ไปพิจารณาด้วยว่าสมควรหรือไม่

ส่วนการรักษาพยาบาลของน้องสาวนั้น ที่ผ่านมา ใช้สิทธิ์ประกันอุบัติเหตุของทางโรงเรียน และใช้สิทธิ์ 30 บาท ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ แล้วไม่อยากมีเรื่อง ถ้าครูรายนี้มีน้ำใจกับน้องๆ บ้าง ไม่ใช่ท้าทายให้ไปฟ้องร้องเช่นนี้ ซึ่งในครอบครัวปรึกษากันแล้วว่า จะเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นดำเนินการให้ถึงที่สุดต่อไป นายโอราฬ กล่าว

ส่วนเตาเผาถ่าน ที่น้องสาวและเพื่อนๆ ใช้เผาถ่านเพื่อแลกคะแนนในวิชาฟิสิกส์นั้น เป็นเตาที่ใช้ท่อซีเมนต์ 2 ท่อ วางต่อกันขึ้น แล้วด้านบนมีฝาซีเมนต์ปิด ซึ่งฝาปิดจะมีรูตรงกลาง ส่วนท่อใบที่อยู่ด้านล่าง มีการเจาะรูกว้างประมาณ 12 นิ้ว เพื่อจุดไฟเข้าเตาเพื่อเผาถ่าน ตั้งอยู่ใกล้กับบ่อขยะในโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งสภาพหลังเกิดเหตุนั้นพบว่าเตามีรอยแตกร้าว

No comments