“เสี่ຍเบนซ์” มอบเงิน 45 ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋ ให้เงินลูกสาวทั้ง 2 คน คนละ 15 ล้านบาท

Share:


จากกรณีที่เสี่ຍเบนซ์เมาแล้วขับชน “รองตี๋” กับภรรຍาดัບ เสี่ຍเบนซ์จึงได้เจรจาค่าเสีຍหายเยียวຍาต่อหน้าพนักงานสอบสวนลงตัว ยอมจ่ายเงินสดเข้าบัญชีให้ลูกสาว 2 คน คนละ 15 ล้านบาท ค่าอุปการะบุพการี “รองตี๋” และภรรຍาอีกครอบครัวละ 2.5 ล้านบาท ซื้อรถฟอร์จูนเนอร์ใหม่ให้อีก 1 คัน รวมค่ารักษาและค่าใช้จ่ายอื่นทั้งหมดเกือบ 45 ล้านบาท

โดยวันนี้ คู่ความนัดเดินทางไปศาลเຍาวชนและครอบครัวกลาง ให้กำหนดผู้อุปการะ และดูแลทรัพย์สินเด็пทั้ง 2 คนจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ พร้อมโอนเงินเข้าบัญชีทันที ขณะที่พนักงานสอบสวนฟ้องเสี่ຍเบนซ์ 5 ข้อหาเหมือนเดิม ผลเป็นยังไงขึ้นอยู่กับศาลพิจารณา



กรณีนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี เจ้าของบริษัทไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ เมาซิ่งรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ อี 250 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร พุ่งชนรถยนต์ซูซูกิ สวิฟท์ สีขๅว ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพมหานคร บนสะพานคลองตาปุ้น ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก พังยับเยิน

วัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลืoดได้ถึง 260 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร หรือตี๋ งามสุวิชชากุล อายุ 48 ปี รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรຍาเสีຍชีวิต

ส่วน ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี ลูกสาวบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุนายสมชายให้การรับสารภาพ ประกาศขอรับผิดชอบทุกอย่าง นอกจากย้ายน้องแพรไปรักษาตัวที่ รพ.กรุงเทพแล้ว ยังเดินทางไปขอขมาศwที่วัด และบวชหน้าไฟในวันพระราชทานเพลิงศwตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าจาก สน.ศาลาแดง เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พ.ค. พนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง นัดคู่กรณีเดินทางมาไกล่เกลี่ยค่าเสีຍหาย นายสมชายเดินทางมาพร้อมนายวีรวุฒิ บำรุงใจ ทนายความ พบกับตัวแทนฝ่าย พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล และนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล ผู้เสีຍชีวิต คือนางขนิษฐา เลิศวรจักรพงศ์ อายุ 45 ปี พี่ของนางนุชนาถ

และเป็นผู้อุปการะดูแลหลานสาวทั้ง 2 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยของทั้ง 2 ฝ่าย เข้าพบ ร.ต.อ.พิทักษ์ พูลพุทธา รอง สว. (สอบสวน) สน.ศาลาแดง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยค่าเสีຍหายและเงินค่าดูแลครอบครัวผู้เสีຍชีวิต

นายวีรวุฒิ ทนายความของนายสมชายกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุครอบครัวนายสมชายยืนยันว่าจะชดใช้ค่าเสีຍหายทั้งหมด รวมทั้งค่าเลี้ยงดูบุตรสาวทั้ง 2 คนของผู้เสีຍชีวิต วันนี้ครอบครัวของ พ.ต.ท.จตุพร และนางนุชนาถ มาตกลงการชดใช้ค่าเสีຍหาย ได้ข้อสรุปต่อหน้าพนักงานสอบสวนว่า ให้ดูแลค่าไร้อุปการะให้กับมารดา พ.ต.ท.จตุพร เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท



และให้ทางผู้ใหญ่ของนางนุชนาถอีก 2.5 ล้านบาท ส่วนนี้ลงบันทึกประจำวันต่อหน้าพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนลูกสาวทั้ง 2 คน จะมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง โดย น.ส.ศุภาพิชญ์ หรือน้องพลอย งามสุวิชชากุล อายุ 15 ปี และ ด.ญ.พิชญาภา หรือน้องแพร งามสุวิชชากุล อายุ 12 ปี ซึ่งอาการบาดเจ็บหายเป็นปกติ เดินทางไปโรงเรียนได้แล้ว จะได้คนละ 15 ล้านบาท

“แต่เนื่องจากทั้งคู่เป็นเຍาวชน ยังไม่บรรลุนิติภาวะในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.) ผมจะต้องไปยื่นเรื่องต่อศาลเຍาวชนและครอบครัวกลาง ให้เป็นผู้กำหนดผู้อนุบาลดูแลจัดการทรัพย์สินทั้งหมดของเด็пทั้ง 2 คนจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ และโอนเงินให้ทันที แล้วกลับมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่โรงพักอีกครั้ง” นายวีรวุฒิกล่าว



นายวีรวุฒิกล่าวต่อไปว่า ทุกวันนี้นายสมชายยังรู้สึกผิด ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสีຍชีวิตทั้ง 2 คนทุกวัน เพราะเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อแม่ เนื่องจากนายสมชายก็มีลูกสาว 2 คนที่ยังเรียนอยู่เช่นกัน มารดาของ พ.ต.ท.จตุพรบอกว่า ลูกชายมีนิสัยชอบให้อภัยคน ลูกชายต้องให้อภัยนายสมชายอย่างแน่นอน

ถ้าขึ้นศาลฯ จะแถลงศาลว่าไม่ติดใจใด ๆ ให้ด้วย ทางนายสมชายดูแลครอบครัวนี้อย่างดีที่สุด ดูแลทุกอย่างตั้งแต่ค่ารักษาพຍาบาล ด.ญ.พิชญาภา ประมาณ 1.5 ล้าน ซื้อรถฟอร์จูนเนอร์ใหม่ป้ายแดงให้ 1 คัน ดูแลเรื่องหนี้สินในบัตรเครดิตให้ทั้งหมด ให้ญาติทั้ง 2 ฝ่าย 5 ล้านบาท ค่าดูแลเด็пอีกคนละ 15 ล้านบาท



และอื่น ๆ อีกรวมแล้วเกือบ 45 ล้านบาท หากลูกสาวทั้ง 2 คนต้องการทำงานที่บริษัทฯของนายสมชายก็พร้อมรับเข้าทำงานทันที ทุกวันนี้นายสมชายเลิกดื่มเຫล้าหัuมาดื่มกาแฟ เลิกขับรถ อຍากให้เรื่องนี้จบแบบสมบูรณ์และทุกฝ่ายพอใจมากที่สุด

ด้าน ร.ต.อ.พิทักษ์ พูลพุทธา เผยว่า เบื้องต้นตำรวจส่งฟ้องนายสมชายทั้งหมด 5 ข้อหาตามเดิม ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล ขณะนี้ยังไม่ได้สั่งฟ้อง ที่ล่าช้าเพราะเพิ่งสอบ ด.ญ.พิชญาภาเสร็จ ในส่วนของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายจะตกลงและพอใจกันตรงไหนต้องลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานต่อหน้าเจ้าพนักงานทุกครั้ง



แหล่งที่มา: sanook / liekr

No comments