เด็กชายวัย 6 ขวบ กำเงินค่าขนม พร้อมถือซากลูกเจี๊ยบไปโรงพยาบาล ขอให้หมอช่วยรักษา หลังขี่จักรยานชน แต่ไม่รู้ว่ามันจากไปแล้ว

Share:


เรื่องราวสุดน่ารักน่าเอ็นดูที่โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่ไปเมื่อเร็วๆนี้ สร้างความอบอุ่นใจให้กับชาวเน็ตและต่างพากันชื่นชมพร้อมกับแสดงความเอ็นดูกันยกใหญ่ หลังจากที่ได้มีเด็กน้อยชาวอินเดียคนหนึ่งได้ขี่จักรยานชนลูกเจี๊ยบเข้าเต็มๆ หลังจากนั้นเจ้าหนูน้อยได้รีบพาไปส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน



เรื่องราวนี้ได้กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วอินเทอร์เน็ต เพราะผู้บาดเจ็บคือ ลูกเจี๊ยบตัวน้อย ส่วนผู้ก่อเหตุที่ไม่ชนแล้วหนีคนนี้ คือเด็กชายตัวน้อย วัย 6 ขวบ

จากการรายงานของเว็บไซต์เวิลด์ออฟบัซ ในวันที่ 5 เมษายน 2562 ระบุว่า เด็กชายวัย 6 ขวบคนดังกล่าวมีชื่อว่า ดิเรก ลาลจันหิมะ โดยในวันเกิดเหตุ ดิเรกขี่รถจักรยานเล่นอยู่แถวบ้าน แล้วเผลอไปชนลูกเจี๊ยบตัวหนึ่งของเพื่อนบ้านเข้าเต็ม ๆ หนุ่มน้อยตกใจมาก รีบอุ้มลูกเจี๊ยบที่แน่นิ่งไม่ไหวติงวิ่งเข้าบ้านไปให้พ่อแม่ดู และเอ่ยปากขอให้พ่อแม่พามันไปหาหมอ เมื่อ ธิราช ผู้เป็นพ่อ ได้ยินแบบนั้น ก็บอกให้ลูกชายพาไปเอง ซึ่งเขาก็คงไม่คิดว่าลูกจะทำจริง ๆ อย่างที่ตัวเองบอก

ดิเรกวิ่งออกจากบ้านไปกระโดดขึ้นสองล้อคู่ใจทันที และเขาก็ไม่ลืมคว้าเงินไปเป็นค่ารักษาด้วย เขาขี่จักรยานพาลูกเจี๊ยบไปโรงพยาบาลใกล้บ้านด้วยน้ำตานองหน้า ขอให้หมอช่วยรักษาลูกเจี๊ยบน้อย แต่เขาก็กลับบ้านด้วยความผิดหวัง…

เด็กชายเล่าให้พ่อแม่ฟังว่า หมอที่โรงพยาบาลได้แต่ยกโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเขาเอาไว้ และไม่ยอมช่วยลูกเจี๊ยบเลย แต่เขาก็ให้สัญญากับพ่อว่าจะต้องช่วยลูกเจี๊ยบตัวนี้ให้ได้ และตั้งใจจะพามันกลับไปให้หมอช่วยดูอีกครั้ง

พ่อแม่จึงต้องนั่งอธิบายให้ลูกชายฟังว่าคุณหมอไม่สามารถช่วยเหลือลูกเจี๊ยบตัวนี้ได้ เพราะมันไม่อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ ทางเดียวที่คงสามารถทำได้คือฝังให้ลูกเจี๊ยบด้วยการกลบลงในดิน เด็กชายเศร้ามาก แต่ก็เข้าใจและยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น โดย ธิราช กล่าวว่า ลูกชายของเขาเป็นเด็กดี และมักทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เสมอ



ภาพของเด็กชายไร้เดียงสายืนอยู่ในโรงพยาบาล มือซ้ายกำซากลูกเจี๊ยบ และมือขวาถือธนบัตร 10 รูปี ซึ่งเทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ 5 บาท ได้ถูกโพสต์แชร์ลงบนสังคมออนไลน์ และกลายเป็นโพสต์ที่คนแชร์กันไปทั่ว ชาวเน็ตต่างก็เอ็นดูความน่ารักของดิเรก และประทับใจจิตใจของเขา ที่ทำสัตว์บาดเจ็บแล้วไม่หนี แสดงความรับผิดชอบในความผิดและพยายามช่วยเหลือมันอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมอย่างที่สุดเลยจริงๆ

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก Sanga Says , เวิลด์ออฟบัซ

No comments