#ชื่นมื่น สาวสวยหน้าตาดีเข้าพิธีวิวาห์ ท่ามกลางสายตาญาติๆ พอเห็นหน้าเจ้าบ่าวชัดๆ อิจฉากันทั้งงาน (คลิป)

Share:


***เมื่อเวลา 08.30น.(9มี.ค.62)ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ได้รับแจ้งจากนางสาวมนทยา สิตวงษ์ อายุ 43 ปี เพื่อนรักของฝ่ายเจ้าสาวได้บอกว่าในวันนี้มีงานพิธีมงคลสมรสผู้หญิงแต่งงานกับผู้หญิงที่ห้องประชุมโซเฟียรีสอร์ท ม.1ต.สาริกา อ.เมืองนครนายก จึงได้รีบเดินทางไปสังเกตการณ์ปรากฏว่าพบกับเจ้าบ่าวทราบชื่อนางสาววรวรรณ อุทา อายุ40ปีซึ่งเป็นสาวทอมบ้านอยู่ตำบลบ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งอยู่ในชุดโจงกระเบนสีโอวัลตีนและสวมเสื้อสูทสีครีม



ส่วนฝ่ายเจ้าสาวทราบชื่อนางสาวไอรินลดา เมฆพยับ อายุ42ปีบ้านอยู่ตำบลสาริกา อ.เมืองนครนายก อยู่ในชุดโจงกระเบนสีน้ำเงินกับสวมเสื้อสีเงินมองดูแล้วสวยงามสดใสทั้ง2คน.

จากนั้นนางสาวไอรินลดา ฝ่ายเจ้าสาวได้เล่าความเป็นมาถึงความรักของตนกับฝ่ายเจ้า บ่าวว่าตนทั้งสองคนรู้จักชอบพอกันมาตั้งแต่เรียนอยู่ ร.ร.นครนายก มาประมาณปลายปี พ.ศ.2548 ตนทั้งสองคนได้เรียนจบและก็ได้แยกจากกันเพื่อไปประกอบอาชีพโดยตนได้เดินทางไปกรุงเทพฯและสามารถสอบเข้างานเป็นพนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กกต.กรุงเทพฯ



ยินดีด้วยจ้า



ชื่นมื่น

ส่วนทางฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นได้เปิดร้านขายกาแฟอยู่ภายในปั๊มน้ำมันPTอยู่ที่ ต.ศรีนาวา อ.เมืองนครนายก โดยในระหว่างที่ต่างคนต่างต้องทำงานโดยฝ่ายเจ้าบ่าวก็ได้ติดต่อคบหากับตนเรื่อยมาอย่างเสมอต้นเสมอปลายเป็นเวลานานนับ10ปีทำให้ตนใจอ่อนและเกิดความเห็นใจในตัวของเจ้าบ่าวที่รักตนแบบจริงใจ



จากนั้นตนจึงได้ปรึกษากับเจ้าบ่าวและตกลงปลงใจที่จะแต่งงานอยู่กินกันแบบสามีกับภรรยาด้วยความเห็นชอบจากญาติผู้ใหญ่ทั้ง2ฝ่าย โดยได้ตกลงสู่ขอและให้สินสอดเป็นเงินสดจำนวน1แสนบาท กับทองอีก10บาท พร้อมด้วยแหวนเพชรอีก1วง โดยพิธีเริ่มในวันนี้ตั้งแต่



ช่วงเช้าโดยเริ่มจากพิธีสงฆ์เสดแล้วต่อด้วยขบวนขันหมากที่มาสู่ขอกันตามประเพณีและต่อด้วยพิธีการสวมแหวนหมั้น และก็พิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติทั้ง2ฝ่ายมากมาย



สุดท้ายมีการเลี้ยงอาหารกลางวันแบบโต๊ะจีนเป็นอันเสร็จพิธี โดยทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาวได้บอกว่าหลังจากพิธีการงานแต่งงานของตนเสร็จสิ้นลงแล้วตนทั้ง2คนกำหนดว่าในราวช่วงปลายเดือนนี้คงจะไปฮันนี่มูนกันที่แถบชายทะเลที่ใดสักแห่งหนึ่ง และตนทั้ง2คนได้สัญญากันว่าจะขออยู่ครองรักกันให้นานที่สุดจนกว่าชีวิตจะหาไม่

คลิป



คลิปจาก SiamNews

เรียบเรียงโดย อำพล เทียนงาม ทีมข่าวสยามนิวส์ จังหวัดนครนายก

No comments